รับรองเอกสาร · 7/8/2026 · 7 min read
ไทยเข้าร่วมอนุสัญญา Apostille กรุงเฮก มีผล 28 ก.พ. 2027 เปลี่ยนการรับรองเอกสารอย่างไร
ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille กรุงเฮก เมื่อ 30 มิ.ย. 2026 และจะมีผลบังคับใช้ 28 ก.พ. 2027 ซึ่งจะแทนที่การรับรองกงสุล/สถานทูตหลายขั้นตอนด้วยใบ Apostille ใบเดียว บทความนี้สรุปไทม์ไลน์ ผลกระทบ และสิ่งที่ต้องทำในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของระบบรับรองเอกสารระหว่างประเทศในรอบหลายสิบปี หลังจากยื่นภาคยานุวัติเข้าเป็นภาคี "อนุสัญญา Apostille กรุงเฮก" อย่างเป็นทางการ บทความนี้สรุปข้อเท็จจริงล่าสุด ไทม์ไลน์ที่ถูกต้อง และสิ่งที่ประชาชนและธุรกิจควรเตรียมตัวในช่วงเปลี่ยนผ่าน
Apostille คืออะไร
Apostille คือใบรับรองมาตรฐานเดียวตาม "อนุสัญญายกเลิกการเรียกให้ทำนิติกรณ์แก่เอกสารมหาชนต่างประเทศ ค.ศ. 1961" (Convention of 5 October 1961 Abolishing the Requirement of Legalisation for Foreign Public Documents) ภายใต้กรอบการประชุมกรุงเฮกว่าด้วยกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล (HCCH)
หัวใจของ Apostille คือ เอกสารมหาชนที่ได้รับ Apostille จาก "หน่วยงานผู้มีอำนาจ" (Competent Authority) ของประเทศต้นทาง จะสามารถนำไปใช้ในประเทศภาคีอื่นได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านการรับรองจากสถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทางอีก ซึ่งลดทั้งเวลา ค่าใช้จ่าย และจำนวนขั้นตอนลงอย่างมาก
ไทม์ไลน์การเข้าเป็นภาคีของประเทศไทย
- 9 ธันวาคม 2025 — คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille
- 30 มิถุนายน 2026 — ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติสาร (instrument of accession) ต่อกระทรวงการต่างประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นผู้เก็บรักษาอนุสัญญา (depositary) ทำให้ปัจจุบันอนุสัญญามีภาคีรวม 130 ประเทศ
- 28 กุมภาพันธ์ 2027 — วันที่อนุสัญญาจะ "มีผลบังคับใช้" สำหรับประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
ข้อควรระวัง: การยื่นภาคยานุวัติ (มิ.ย. 2026) กับวันที่มีผลบังคับใช้ (ก.พ. 2027) เป็นคนละวันกัน ในช่วงระหว่างสองวันนี้ ระบบรับรองแบบเดิมยังใช้อยู่
ก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2027 ต้องทำอย่างไร
จนกว่าอนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้ การนำเอกสารไทยไปใช้ต่างประเทศ (และเอกสารต่างประเทศมาใช้ในไทย) ยังต้องผ่านลำดับขั้นการรับรองแบบเดิม ได้แก่
- รับรองต้นฉบับ/แปลโดยหน่วยงานหรือนักแปลที่เกี่ยวข้อง
- รับรองโดยกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
- รับรองโดยสถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทางในไทย (Legalization)
ดังนั้นหากคุณต้องใช้เอกสารก่อน ก.พ. 2027 อย่ารอ Apostille ให้ดำเนินการรับรองกงสุล/สถานทูตตามปกติ
ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2027 เป็นต้นไป
เมื่ออนุสัญญามีผลบังคับใช้ เอกสารมหาชนของไทยที่จะนำไปใช้ในประเทศภาคีอื่น จะใช้เพียง ใบ Apostille ใบเดียว จากหน่วยงานผู้มีอำนาจของไทย (คาดว่าเป็นกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ) แทนการวิ่งรับรองหลายหน่วยงาน ทำให้
- ลดขั้นตอนจากหลายชั้นเหลือขั้นตอนเดียว
- ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
- เอกสารเป็นที่ยอมรับทันทีใน 130+ ประเทศภาคี
เอกสารประเภทใดได้ประโยชน์
- หนังสือรับรองความประพฤติ (Police Clearance)
- สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า
- วุฒิการศึกษาและใบแสดงผลการเรียน (Transcript)
- หนังสือมอบอำนาจและเอกสารที่ผ่าน Notary Public
- เอกสารบริษัทและหนังสือรับรองนิติบุคคล
เอกสารที่ Apostille ไม่ครอบคลุม
อนุสัญญาใช้กับ "เอกสารมหาชน" เท่านั้น โดยทั่วไปไม่ครอบคลุมเอกสารทางการทูต/กงสุลบางประเภท และเอกสารทางการค้า/ศุลกากรบางอย่าง อีกทั้งประเทศปลายทางบางประเทศอาจตั้งข้อสงวน (reservation) กับไทย ซึ่งจะทำให้ยังต้องรับรองสถานทูตในบางกรณี — ควรตรวจสอบข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางเป็นรายกรณี
สรุปสิ่งที่ควรทำตอนนี้
- ต้องใช้เอกสารก่อน ก.พ. 2027 → ใช้การรับรองกงสุล/สถานทูตแบบเดิม
- ใช้เอกสารหลัง ก.พ. 2027 และประเทศปลายทางเป็นภาคี → เตรียมขอ Apostille
- ไม่แน่ใจ → ปรึกษาทีมงานเพื่อวางแผนไทม์ไลน์และเลือกช่องทางรับรองที่ถูกต้อง ไม่เสียเวลาและค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน
ทีมงานของเราติดตามความคืบหน้าของการบังคับใช้อนุสัญญาอย่างใกล้ชิด และพร้อมให้คำปรึกษาทั้งการรับรองแบบเดิมและการเตรียมเอกสารสำหรับระบบ Apostille ใหม่
อ้างอิง: เว็บไซต์ HCCH (hcch.net), กระทรวงการต่างประเทศ (mfa.go.th) — ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2026 โปรดตรวจสอบประกาศทางการก่อนดำเนินการ
Related questions
- ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille กรุงเฮกแล้วหรือยัง
- ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติเข้าเป็นภาคีเมื่อ 30 มิถุนายน 2026 แต่อนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2027
- ก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2027 ยังต้องรับรองสถานทูตอยู่ไหม
- ใช่ ในช่วงก่อนอนุสัญญามีผลบังคับใช้ ยังต้องรับรองผ่านกรมการกงสุลและสถานทูตของประเทศปลายทางตามลำดับขั้นแบบเดิม
- Apostille จะแทนการรับรองสถานทูตทั้งหมดหรือไม่
- เมื่อมีผลบังคับใช้ เอกสารมหาชนที่ไปใช้ในประเทศภาคีจะใช้ใบ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองสถานทูต แต่ประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคี หรือกรณีที่มีข้อสงวน ยังต้องรับรองสถานทูตตามเดิม
- เอกสารประเภทใดขอ Apostille ได้
- เอกสารมหาชน เช่น หนังสือรับรองความประพฤติ สูติบัตร ทะเบียนสมรส วุฒิการศึกษา หนังสือมอบอำนาจที่ผ่าน Notary และหนังสือรับรองนิติบุคคล

ข้อควรรู้ก่อนส่งเอกสารไปใช้ต่างประเทศ
- ตรวจลำดับขั้นให้ถูกต้องก่อนเสมอ: ต้นฉบับ/สำเนาที่หน่วยงานออกให้ → คำแปล → รับรองนิติกรณ์กรมการกงสุล → (ถ้าจำเป็น) รับรองสถานทูตปลายทาง สลับลำดับแล้วมักถูกตีกลับ
- ประเทศปลายทางที่เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille จะไม่ต้องผ่านสถานทูตอีกชั้น แต่ประเทศนอกภาคียังต้องรับรองสถานทูต ควรยืนยันข้อกำหนดของหน่วยงานผู้รับก่อนดำเนินการ
- ชื่อ–นามสกุลในคำแปลต้องสะกดตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร หากสะกดต่างกันแม้เพียงตัวเดียว หน่วยงานปลายทางมีสิทธิปฏิเสธเอกสารทั้งชุด
ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารของคุณก่อนยื่น? โทร 080-5578887 หรือทักไลน์ @NAATI
แหล่งอ้างอิงอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลในหน้านี้เรียบเรียงจากประกาศและคู่มือของหน่วยงานด้านล่าง หลักเกณฑ์ ค่าธรรมเนียม และแบบฟอร์มอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดยืนยันกับหน่วยงานผู้รับเรื่องก่อนดำเนินการ
- กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศDepartment of Consular Affairs, MFA Thailandการรับรองนิติกรณ์เอกสาร (Legalisation) และงานหนังสือเดินทางตรวจสอบล่าสุด สิงหาคม 2569
- HCCH — อนุสัญญา Apostille (Hague Convention 1961)HCCH Apostille Sectionรายชื่อรัฐภาคีและหลักเกณฑ์ของอนุสัญญายกเลิกการรับรองเอกสารมหาชนต่างประเทศตรวจสอบล่าสุด สิงหาคม 2569
- สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์Lawyers Council of Thailandข้อบังคับว่าด้วยการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารตรวจสอบล่าสุด สิงหาคม 2569
- สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)Thai Immigration Bureauการตรวจลงตรา ต่ออายุการพำนัก แจ้งที่พัก TM.30 และรายงานตัว 90 วันตรวจสอบล่าสุด สิงหาคม 2569
- กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยDepartment of Provincial Administrationงานทะเบียนราษฎร ทะเบียนครอบครัว การสมรสและหย่าตรวจสอบล่าสุด สิงหาคม 2569
- กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (ตรวจสอบประวัติ)Royal Thai Police — Police Clearance Serviceการขอหนังสือรับรองความประพฤติ (Police Clearance Certificate)ตรวจสอบล่าสุด สิงหาคม 2569
บริการครบวงจรจากทีมเดียว — เลือกขั้นตอนถัดไปของเอกสารคุณ
NOTARY & APOSTILLE TRANSLATION INTERPRETERS (NAATI) CO., LTD. ดูแลเอกสารตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ตั้งแต่แปลและรับรอง โนตารี กงสุล/อาปอสตีย ไปจนถึงงานวีซ่า ใบอนุญาตทำงาน และการจดทะเบียนธุรกิจ ทำให้ไม่ต้องเดินเรื่องกับหลายผู้ให้บริการ
เอกสารบุคคล
ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ทะเบียนสมรส วุฒิการศึกษา ใบตรวจประวัติ
เอกสารธุรกิจ
หนังสือรับรองบริษัท งบการเงิน สัญญา ทรัพย์สินทางปัญญา
วีซ่าและตรวจคนเข้าเมือง
ใบอนุญาตทำงาน วีซ่าทุกประเภท ถิ่นที่อยู่ และสัญชาติ
รับรองเอกสารใช้ต่างประเทศ
กงสุล กระทรวงการต่างประเทศ อาปอสตีย และแปลรับรองสำหรับสถานทูต
- Apostille
- รับรองกงสุล (MFA)
- นักแปลสาบานตน
- บริการล่าม
- รับรองเอกสารสถานทูต
- เอกสารยื่นวีซ่าต่างประเทศ
- รับรองเอกสารสภาวิชาชีพ
- บัตรเดินทางนักธุรกิจ APEC
- ตรวจภูมิหลังพนักงานและคู่ค้า
- BOI และใบอนุญาตธุรกิจ
- ที่ปรึกษากฎหมายสำหรับชาวต่างชาติ
- สมรสต่างประเทศและ Life Certificate
- ทรัพย์สินทางปัญญาและแก้ไขทะเบียนธุรกิจ
- เอกสารย้ายถิ่นฐานสำหรับชาวต่างชาติ
- งานเอกสารด่วนและการจัดส่งทั่วโลก
- NAATI Certified Translation
- แปลเอกสารทุกภาษา
ไม่แน่ใจว่าเอกสารของคุณต้องผ่านขั้นตอนไหน?
ส่งภาพถ่ายหรือไฟล์สแกนให้เจ้าหน้าที่ตรวจก่อนได้ ทีมงานจะแจ้งขั้นตอน เอกสารประกอบ และระยะเวลาโดยประมาณตามหลักเกณฑ์ล่าสุดของหน่วยงานผู้รับเรื่อง
