รับรองเอกสารไปสหรัฐอเมริกา
รับรอง + แปลอังกฤษให้ตรงข้อกำหนด USCIS
ตรวจสอบโดยทีมทนาย Notary Publicอัปเดตล่าสุด 17 Jul 2026

จดทะเบียนถูกต้อง
ทนาย Notary Public
ทั่วไทย & ทั่วโลก
ปรึกษาฟรี รวดเร็ว
เอกสารไทยสำหรับสหรัฐฯ ต้องมีคำแปลอังกฤษรับรอง (certified translation) + รับรองต้นฉบับ (Apostille ไทยหรือกงสุล+สถานทูตตามหน่วยงาน) เราจัดครบ เหมาะกับ USCIS วีซ่า K-1/CR-1/IR-1 กรีนการ์ด และเอกสารเรียนต่อ
- ปลายทาง
- สหรัฐอเมริกา
- รูปแบบรับรอง
- Apostille/กงสุล ตามหน่วยงาน
- จุดเด่น
- USCIS/วีซ่าครอบครัว
- คะแนนรีวิว
- 4.9/5.0
เอกสารไทยที่ใช้ในสหรัฐฯ ต้องแปลเป็นอังกฤษพร้อมคำรับรองความถูกต้อง (certified translation) และรับรองเอกสารต้นฉบับตามที่หน่วยงานปลายทางกำหนด — บางหน่วยงานยอมรับ Apostille ไทย ขณะที่บางกรณียังต้องผ่านกรมการกงสุลไทยและสถานทูตสหรัฐฯ เราตรวจข้อกำหนดของแต่ละหน่วยงาน (USCIS, ศาล, มหาวิทยาลัย) แล้วจัดเส้นทางให้ถูกต้อง
Apostille หรือ legalization สำหรับสหรัฐฯ
แม้ทั้งไทยและสหรัฐฯ เป็นภาคี Apostille แต่ในทางปฏิบัติหน่วยงานสหรัฐฯ แต่ละแห่งมีข้อกำหนดต่างกัน หลายกรณี USCIS รับคำแปลอังกฤษรับรองพร้อมสำเนาต้นฉบับ บางหน่วยงาน (ศาล, ทะเบียน, บางรัฐ) อาจขอ Apostille หรือ legalization ผ่านสถานทูตสหรัฐฯ เราตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดของหน่วยงานที่คุณจะยื่นก่อนดำเนินการ
เคสจริง: วีซ่าครอบครัวและ USCIS
วีซ่าคู่หมั้น K-1 และคู่สมรส CR-1/IR-1 ต้องยื่นสูติบัตร ทะเบียนสมรส ใบหย่า (ถ้ามี) ใบเปลี่ยนชื่อ และใบตรวจประวัติอาชญากรรม พร้อมคำแปลอังกฤษรับรอง USCIS กำหนดว่าเอกสารภาษาต่างประเทศต้องมี certified translation ครบถ้วน เราแปลและรับรองให้ตรงมาตรฐาน และจัด Apostille เมื่อหน่วยงานขอ
เรียนต่อ ทำงาน และเอกสารธุรกิจ
มหาวิทยาลัยและนายจ้างสหรัฐฯ มักขอทรานสคริปต์ วุฒิ และใบรับรองการทำงานพร้อมคำแปลอังกฤษรับรอง บางกรณีต้องประเมินวุฒิ (credential evaluation เช่น WES) ซึ่งต้องส่งคำแปลที่ได้มาตรฐาน ส่วนเอกสารธุรกิจ (หนังสือรับรองบริษัท หนังสือมอบอำนาจ) มักต้อง Apostille หรือ legalization ก่อนใช้ เราจัดครบทุกกรณี
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและเรตราคาจริง
จุดพลาดที่พบบ่อย: (1) ส่งคำแปลที่ไม่มีคำรับรอง (certification statement) (2) ถอดชื่อไม่ตรงพาสปอร์ต (3) แปลไม่ครบทุกตรา/ลายเซ็น (4) เดาว่าต้อง Apostille ทั้งที่หน่วยงานรับแค่ certified translation หรือกลับกัน (5) วันที่/รูปแบบวันที่สับสน เรามี checklist เฉพาะสหรัฐฯ และตรวจสองชั้น ด้านราคา คำแปลอังกฤษรับรองเริ่มต้นราว 500–900 บาท/หน้า Apostille/legalization มีค่าธรรมเนียมราชการ + ดำเนินการ งานปกติ 3–5 วันทำการ ด่วนได้ จัดส่งในประเทศเริ่ม 100 บาท ต่างประเทศ 800–1,500 บาท ส่งไฟล์รับใบเสนอราคาก่อนเริ่มงานได้ฟรี
เส้นทางรับรองเอกสารไทยไปสหรัฐฯ ที่ถูกต้องจริง
สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนคือ ประเทศไทยยังไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille (Hague 1961) ดังนั้นเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานไทยจึงไม่สามารถขอ Apostille จากในประเทศไทยได้โดยตรง แต่ต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์ (legalization) โดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศไทย ก่อน แล้วจึงนำไปรับรองซ้ำที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทางที่ประจำอยู่ในกรุงเทพฯ เส้นทางมาตรฐานจึงเป็น ผู้แปล/โนตารี → กรมการกงสุลไทย → สถานทูตปลายทาง เราวางลำดับให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ให้เอกสารถูกตีกลับ สำหรับสหรัฐอเมริกา หน่วยงานส่วนใหญ่โดยเฉพาะ USCIS เน้นคำแปลอังกฤษรับรอง (certified translation) แนบสำเนาต้นฉบับเป็นหลัก ขณะที่ศาลครอบครัว ทะเบียนราษฎรของบางรัฐ และการใช้เอกสารต่อหน้าหน่วยงานราชการ อาจร้องขอการรับรองนิติกรณ์จากกรมการกงสุลไทยและการรับรองโดยสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงเทพฯ เพิ่มเติม เราตรวจสอบก่อนเสมอว่าเคสของคุณอยู่กลุ่มใด
วีซ่าครอบครัวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (USCIS / NVC / สถานทูต)
ขั้นตอนวีซ่าครอบครัวสหรัฐฯ เดินผ่านหลายหน่วยงาน เริ่มที่ USCIS อนุมัติคำร้อง I-130 (คู่สมรส/ญาติ) หรือ I-129F (คู่หมั้น K-1) จากนั้นส่งต่อ National Visa Center (NVC) เพื่อชำระค่าธรรมเนียมและยื่น DS-260 แล้วนัดสัมภาษณ์ที่สถานทูตสหรัฐฯ กรุงเทพฯ (ถนนวิทยุ) เอกสารไทยทุกฉบับ เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส ใบหย่า ใบเปลี่ยนชื่อ และผลตรวจประวัติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องมีคำแปลอังกฤษรับรองครบถ้วน หากถอดชื่อไม่ตรงพาสปอร์ตหรือแปลตราประทับไม่ครบ มักถูก Request for Evidence (RFE) ทำให้ล่าช้าเป็นเดือน เราจัดชุดเอกสารให้สอดคล้องกันทั้งชุด
เอกสารการศึกษาและการประเมินวุฒิ (WES / ECE)
สำหรับเรียนต่อหรือทำงานสายวิชาชีพในสหรัฐฯ มหาวิทยาลัยและนายจ้างมักขอทรานสคริปต์และปริญญาบัตรพร้อมคำแปลอังกฤษรับรอง และหลายกรณีต้องผ่านการประเมินวุฒิจากองค์กรสมาชิก NACES เช่น WES, ECE หรือ SpanTran ซึ่งกำหนดว่าเอกสารภาษาต่างประเทศต้องมี certified translation ที่ครบถ้วน หากคำแปลไม่ได้มาตรฐาน รายงานประเมินจะถูกระงับ เราจัดคำแปลให้ตรงรูปแบบที่หน่วยประเมินยอมรับ พร้อมระบุระบบเกรดและชื่อสถาบันตามทะเบียนราชการ เพื่อลดการตีกลับ
โนตารีสาธารณะ เอกสารธุรกิจ และหนังสือมอบอำนาจ
เอกสารธุรกิจที่ใช้ในสหรัฐฯ เช่น หนังสือมอบอำนาจ (POA) หนังสือรับรองบริษัท มติที่ประชุม และ affidavit มักต้องผ่านโนตารีปับลิกก่อน แล้วรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลและสถานทูตสหรัฐฯ ตามที่คู่สัญญาหรือหน่วยงานปลายทางกำหนด ในระบบสหรัฐฯ การรับรองระดับมลรัฐทำผ่าน Secretary of State ของแต่ละรัฐ ดังนั้นหากเอกสารต้นทางเป็นของสหรัฐฯ ที่จะนำมาใช้ในไทยก็ต้องเดินเส้นทางย้อนกลับ เราให้คำปรึกษาได้ทั้งสองทิศทาง พร้อมทนายความรับรองลายมือชื่อโนตารีที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความ
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ USCIS ตีกลับ และวิธีป้องกัน
จากประสบการณ์เคสจริง ข้อผิดพลาดที่ทำให้ยื่นสหรัฐฯ ล่าช้าได้แก่ การส่งคำแปลที่ไม่มีคำรับรอง (certification statement) การถอดชื่อ-นามสกุลและชื่อสถานที่ไม่ตรงพาสปอร์ต การไม่แปลตราครุฑ ตราประทับ และลายเซ็นเจ้าหน้าที่ การใช้รูปแบบวันที่แบบไทย (พ.ศ.) โดยไม่แปลงเป็น ค.ศ. และการยื่นสำเนาที่ไม่ชัดจนอ่านเลขทะเบียนไม่ออก เรามีเช็กลิสต์เฉพาะสหรัฐฯ ตรวจสองชั้นโดยผู้แปลและผู้รับรองก่อนส่งมอบ พร้อมไฟล์ดิจิทัลสำรองสำหรับอัปโหลดในระบบ CEAC
ราคา ระยะเวลา และการจัดส่งทั่วโลก
ด้านราคา คำแปลอังกฤษรับรองสำหรับสหรัฐฯ เริ่มต้นประมาณ 500 ถึง 900 บาทต่อหน้า ขึ้นกับความหนาแน่นของข้อความ การรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลมีค่าธรรมเนียมราชการต่อฉบับบวกค่าดำเนินการ ส่วนการรับรองที่สถานทูตสหรัฐฯ คิดตามอัตราของสถานทูต งานแปลปกติเสร็จใน 3 ถึง 5 วันทำการ มีบริการด่วนภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง จัดส่งในประเทศเริ่ม 100 บาท และส่งไปต่างประเทศผ่านผู้ให้บริการระหว่างประเทศเริ่ม 800 ถึง 1,500 บาท ลูกค้าสามารถส่งไฟล์เพื่อรับใบเสนอราคาและไทม์ไลน์ที่ชัดเจนก่อนเริ่มงานได้ฟรี
เส้นทางรับรองเฉพาะปลายทาง
แม้ทั้งสหรัฐฯ และไทยจะเกี่ยวข้องกับกรอบ Apostille แต่ไทยยังไม่ใช่ภาคี เอกสารไทยไปสหรัฐฯ จึงต้องผ่านกรมการกงสุลไทย และตามหน่วยงานปลายทางอาจต้องรับรองที่สถานทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงเทพฯ ส่วนเอกสารสหรัฐฯ มาไทยรับรองผ่าน Secretary of State ระดับรัฐ → US Department of State → สถานทูตไทยในวอชิงตัน เราจัดทั้งสองทิศทางให้ครบชั้น
หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและประเภทวีซ่า
หน่วยงานหลักคือ USCIS ร่วมกับ NVC และสถานทูตสหรัฐฯ กรุงเทพฯ วีซ่าครอบครัวที่ใช้เอกสารไทยบ่อยได้แก่ K-1 (คู่หมั้น), CR-1/IR-1 (คู่สมรส) และ IR-5 (บิดามารดา) โดยยื่น I-130/I-129F → DS-260 → สัมภาษณ์ ทุกฉบับต้องมี certified English translation ครบ
ภาษาคำแปลและคุณสมบัติผู้แปล
USCIS กำหนดว่าเอกสารภาษาต่างประเทศต้องมี certified translation พร้อม certification ระบุว่าผู้แปลมีความสามารถแปลและคำแปลถูกต้องครบถ้วน เราจัดคำแปลอังกฤษพร้อมถ้อยคำ certification ตามข้อกำหนด 8 CFR 103.2(b)(3) เพื่อไม่ให้ถูก RFE
เอกสารการศึกษาและการเทียบวุฒิ
การประเมินวุฒิเพื่อเรียน/ทำงานในสหรัฐฯ ทำผ่านองค์กรสมาชิก NACES เช่น WES, ECE หรือ SpanTran ซึ่งต้องการคำแปลอังกฤษรับรองครบถ้วน เราจัดคำแปลระบุระบบเกรดและชื่อสถาบันตามทะเบียน อว. เพื่อการประเมินที่ราบรื่น
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ถูกตีกลับ และวิธีที่เราป้องกัน
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ USCIS ตีกลับคือคำแปลขาดถ้อยคำ certification การถอดชื่อไม่ตรงพาสปอร์ต และการไม่แปลตราประทับ/ตราครุฑ เราตรวจครบทุกจุดก่อนส่งเพื่อลดความเสี่ยง RFE
กรอบกฎหมายและมาตรฐานคำแปลของสหรัฐฯ
USCIS อ้างอิงระเบียบ 8 CFR 103.2(b)(3) กำหนดว่าเอกสารต่างประเทศต้องมีคำแปลอังกฤษเต็มฉบับ พร้อมคำรับรองความถูกต้อง (Certificate of Translation Accuracy) โดยผู้แปลระบุคุณสมบัติ ชื่อ วันที่ และลายเซ็น ไม่จำเป็นต้องเป็น sworn translator แบบยุโรป แต่ต้องเป็นคำแปลครบทุกตราประทับ ทุกลายมือ และทุกหมายเหตุด้านหลังเอกสาร กรณียื่นผ่านศาล (family court, probate) บางรัฐเช่น New York, California ขอ notarized translator affidavit เพิ่ม เราจัดคำรับรองตรงกับผู้รับปลายทางทั้ง USCIS, DOS, และศาลรัฐ
เส้นทาง NVC/CEAC และวีซ่าคู่หมั้น K-1
สำหรับวีซ่าถาวรและ K-1 ทุกฉบับจะอัปโหลดผ่านระบบ CEAC ของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ หลัง USCIS อนุมัติ I-129F/I-130 แล้วส่งไปยัง National Visa Center (NVC) ก่อนถึงสถานทูตกรุงเทพฯ NVC ต้องการสูติบัตร ทะเบียนสมรส/หย่า ตรวจประวัติจากทุกประเทศที่พำนัก 6 เดือนขึ้นไปหลังอายุ 16 ปี (police certificate) เอกสารไทยต้องผ่านกรมการกงสุลก่อน สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงเทพฯ (ถนนวิทยุ) ไม่รับรองซ้ำแต่ตรวจความถูกต้อง เราจัดชุดเอกสารตามลำดับ DS-260 และตรวจซ้ำก่อนสัมภาษณ์เพื่อลด 221(g) refusal
การรับรองระดับรัฐ (State-level authentication)
เมื่อต้องใช้เอกสารสหรัฐฯ (เช่น degree, marriage license, corporate resolution) ในไทย จะต้องผ่าน County Clerk → Secretary of State ของรัฐผู้ออก → US Department of State (สำหรับ federal-issued) → สถานทูตไทยใน DC/LA/NY/Chicago เนื่องจากไทยไม่ได้เป็นภาคี Apostille หากใช้ในทางกลับ (เอกสารไทยไปสหรัฐฯ) ก็ต้องกงสุลไทย → สถานทูตสหรัฐฯ กรุงเทพฯ เราประสานทั้งสองทิศทางและติดตามคิว Secretary of State (บาง state 5-7 วัน, บาง state 4-6 สัปดาห์) เพื่อวางแผนวันบิน/วันยื่นได้แม่นยำ
ประเด็นเฉพาะ: F-1 SEVIS, EB-5, และ FBI police certificate
นักเรียน F-1/M-1 ต้องยื่น I-20 พร้อมหลักฐานการเงินและวุฒิที่ผ่าน WES/ECE credential evaluation ถ้าโรงเรียนขอ นักลงทุน EB-5 (Regional Center หรือ Direct) ต้องยื่นแหล่งที่มาของเงิน (source of funds) แปลรับรองเต็มชุดตามระเบียบ USCIS Form I-526E สำหรับ FBI Identity History Summary (rap sheet) สามารถขอผ่าน Channeler ได้ใน 1-3 วันและต้องแปลอังกฤษถ้ายื่นในไทย เราจัดครบทั้งชุดวุฒิและ financial disclosure โดยไม่ต้องส่งซ้ำ
การยื่น USCIS: มาตรฐานคำแปลตาม 8 CFR 103.2(b)(3)
ระเบียบ 8 CFR §103.2(b)(3) กำหนดว่าเอกสารต่างประเทศทุกฉบับที่ยื่นต่อ USCIS ต้องมีคำแปลอังกฤษเต็มฉบับ พร้อมคำรับรองจากผู้แปลว่าแปลครบถ้วน ถูกต้อง และผู้แปลมีสมรรถนะทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ในทางปฏิบัติเราแนบ Certificate of Translation Accuracy ที่ระบุชื่อ ที่อยู่ ลายเซ็นและวันที่ของผู้แปล เพื่อให้เจ้าหน้าที่ปรับสถานะ (adjudicator) ยอมรับได้ทันทีโดยไม่ต้องออก RFE (Request for Evidence) เพิ่ม
สำหรับเคสวีซ่าคู่หมั้น K-1 และคู่สมรส CR-1/IR-1 เอกสารหลักที่ต้องแปลรับรองคือสูติบัตร (เพื่อพิสูจน์ตัวตนและอายุ), ทะเบียนสมรสหรือทะเบียนหย่าเดิมทุกฉบับ (Section 245 ป้องกันการฉ้อฉลสถานภาพ), และหนังสือรับรองความประพฤติจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สตช. อายุไม่เกิน 2 ปี ณ วันสัมภาษณ์ที่สถานทูตอเมริกาในกรุงเทพฯ
Green Card ผ่าน Adjustment of Status (I-485) และ Consular Processing (DS-260) มีเกณฑ์เอกสารแตกต่างกันเล็กน้อย โดย Consular Processing มัก strict กว่าเรื่อง legalization ของทะเบียนหย่า เราจึงตรวจสอบ NVC checklist ล่าสุดผ่าน CEAC portal ก่อนออกใบเสร็จ เพื่อป้องกันความล่าช้าจากการต้องแปลใหม่
Apostille ไทยกับหน่วยงานสหรัฐฯ ระดับรัฐ
แม้ประเทศไทยเข้าเป็นภาคี Apostille Convention เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2024 และมีผลบังคับใช้ 14 ธันวาคม 2024 แต่หน่วยงานสหรัฐฯ ระดับรัฐ (state) เช่น Department of State ของแต่ละมลรัฐ, County Clerk, หรือ Vital Records ยังทยอยปรับระบบยอมรับ Apostille ต่างประเทศ บางรัฐเช่น California, Texas, New York ยอมรับตรงในกรณีเอกสารทะเบียนสถานะบุคคล ขณะที่ Florida, Georgia บางเขตยังขอ chain legalization เดิม
สำหรับการยื่นต่อศาลครอบครัวในสหรัฐฯ เพื่อจดทะเบียนหย่าที่ไทยให้มีผล (recognition of foreign divorce) เอกสารต้องผ่านทั้ง Apostille กรมการกงสุลไทย + คำแปลอังกฤษรับรอง + affidavit of translator ที่ notarized โดย U.S. notary หากทนายศาลใน state นั้นๆ ร้องขอ เราประสานงานกับ paralegal ปลายทางเพื่อจัดชุดเอกสารให้ตรงตาม local rules
การขอ Social Security Number (SSN) และ ITIN ที่ IRS ก็ยอมรับ Apostille ไทยแล้ว แต่ต้องคู่กับคำแปลอังกฤษรับรอง Form W-7 สำหรับ ITIN ยังต้องแนบเอกสารต้นฉบับหรือ certified copy จากหน่วยงานออกโดยตรง เราจึงแนะนำให้ขอ certified copy จาก 3 หน่วยงาน (สำนักทะเบียน, สตช., มหาวิทยาลัย) พร้อมกันเพื่อประหยัดเวลา
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ USCIS ปฏิเสธเอกสาร (RFE/NOID)
Request for Evidence (RFE) ที่พบบ่อยที่สุดในเคสไทย คือ (1) คำแปลไม่มี certification ของผู้แปล (2) แปลไม่ครบ เช่น ไม่แปลตราประทับหรือหมายเหตุด้านหลัง (3) ใช้ทะเบียนสมรสฉบับย่อ (คร.3) แทนฉบับเต็ม (คร.2) (4) ไม่แนบใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อ-สกุลระหว่างเอกสารต่างๆ ทำให้ USCIS ตั้งข้อสงสัยเรื่อง identity เราตรวจ 4 จุดนี้ทุกเคสก่อนส่งมอบ
Notice of Intent to Deny (NOID) มักเกิดในเคส I-130 ที่คู่สมรสไทยเคยแต่งงานมาก่อน หากทะเบียนหย่าเดิมไม่มี Apostille หรือคำแปลไม่ระบุวันที่หย่าให้ตรงกับหลักฐานอื่น USCIS จะออก NOID ให้ตอบภายใน 30 วัน เราเตรียม packet ทะเบียนหย่าให้ครบทั้งฉบับไทย ฉบับแปลรับรอง Apostille และคำอธิบาย timeline เพื่อป้องกัน
การยื่น I-751 (Removal of Conditions) หลังได้ Conditional Green Card ต้องพิสูจน์ bona fide marriage ด้วยหลักฐานเสริมเช่นสัญญาเช่า, ใบแจ้งหนี้ร่วม, รูปครอบครัว หากเอกสารบางส่วนเป็นภาษาไทย (เช่น สัญญาเช่าคอนโดที่ไทย) ต้องแปลรับรองเช่นกัน เรารับงานแปลชุดนี้แบบ bulk discount เพื่อลดต้นทุนให้ครอบครัว
ข้อมูลบริการโดยสรุป
- ปลายทาง
- สหรัฐอเมริกา
- เส้นทางรับรอง
- Apostille ไทย หรือ กงสุล → สถานทูตสหรัฐฯ
- คำแปล
- อังกฤษรับรอง (certified)
- ใช้บ่อยกับ
- USCIS วีซ่า กรีนการ์ด เรียนต่อ
- ขั้นตอนถัดไป
- ส่งไฟล์ + แจ้งหน่วยงานปลายทาง
ข้อเท็จจริงและแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้
การทำให้เอกสารมีผลระหว่างประเทศเป็นห่วงโซ่การรับรอง โดยแต่ละชั้นรับรองลายมือชื่อและตราประทับของชั้นก่อนหน้า
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
เอกสารที่รับรองสำหรับสหรัฐฯ (ตัวอย่าง)
- สูติบัตร ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน
- ทะเบียนสมรส/หย่า ใบเปลี่ยนชื่อ
- ใบตรวจประวัติอาชญากรรม (สตช.)
- วุฒิการศึกษา ทรานสคริปต์ ใบรับรองการทำงาน
- หนังสือรับรองบริษัท หนังสือมอบอำนาจ
ค่าบริการอ้างอิง
ค่าบริการโดยประมาณ โปร่งใส
รับรองเอกสาร (Notary & กงสุล/สถานทูต)
- 1,500 – 8,000 บาท
รับรองโดยทนาย Notary Public
- 200 – 800 บาท
ค่าธรรมเนียมกงสุล (ต่อเอกสาร 1 ชุด)
- 2,500 – 5,000 บาท
บริการนำเอกสารไปรับรองกงสุล (ต่อ 1 ท่าน)
- 1,800 – 2,600 บาท
ค่าธรรมเนียมสถานทูต (ต่อ 1 ชุด)
เฉพาะกรณีที่ต้องรับรองสถานทูตเพิ่มเติม
- 5,000 – 12,000 บาท
บริการนำเอกสารไปรับรองสถานทูต
แปลเอกสาร (ยังไม่รวมค่ารับรอง)
- 500 – 1,200 บาท
แปลไทย – อังกฤษ
- 800 – 2,500 บาท
แปลภาษาอื่น ๆ (เริ่มต้น)
- 1,300 – 2,500 บาท
แปลและรับรอง NAATI
ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม
- 2,000 บาท
ตรวจประวัติสำหรับใช้ในไทย (ตัวเอง / พนักงาน ต่อ 1 ท่าน)
- 4,000 – 8,000 บาท
ตรวจประวัติเพื่อยื่นวีซ่า / ใช้ต่างประเทศ
ยังไม่รวมค่าบริการแปลและรับรองกงสุล/สถานทูต
การจัดส่งเอกสาร
- 100 บาท
จัดส่งภายในประเทศ
- 2,500 บาท
จัดส่งทั่วโลก
แปลและรับรอง NAATI (ออสเตรเลีย)
- 1,300 – 2,500 บาท
NAATI Certified ต่อเอกสาร 1 หน้า
- 1,300 – 2,500 บาท
NAATI Online ส่งไฟล์ทั่วโลก
รับไฟล์ PDF พร้อมตราประทับ NAATI ทางอีเมล
- 1,500 – 3,500 บาท
ล่าม NAATI / ล่ามในศาล-ราชการ (ต่อชั่วโมง)
วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
- 8,000 – 25,000 บาท
วีซ่าเข้าไทยสำหรับชาวต่างชาติ (Non-B / O / ED ฯลฯ)
ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการ
- 10,000 – 20,000 บาท
ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)
- 2,500 – 6,000 บาท
ต่อวีซ่า / รายงานตัว 90 วัน / Re-entry
- ประเมินตามประเทศ
วีซ่าออกนอกประเทศ (ท่องเที่ยว/เรียน/ทำงาน)
- 15,000 – 25,000 บาท
APEC Business Travel Card
จดทะเบียนสมรส และงานทะเบียนครอบครัว
- 12,000 – 30,000 บาท
จดทะเบียนสมรสไทย–ต่างชาติ (ครบวงจร)
รวมหนังสือรับรองโสด แปล และรับรองกงสุล/สถานทูต
- 3,000 – 8,000 บาท
หนังสือรับรองความเป็นโสด / รับรองสถานะ
- 1,500 – 4,000 บาท
คัดทะเบียนราชการ (สูติบัตร/ทะเบียนบ้าน/มรณบัตร)
บริการเฉพาะทางอื่น ๆ
- 3,500 – 8,000 บาท
ใบรับรองประสบการณ์ทำงาน (ประกันสังคม/แรงงาน)
รวมบริการแปลและนำไปรับรองกงสุล/สถานทูต
- 4,000 – 9,000 บาท
รับรองเอกสารโดยแพทยสภา
- 6,000 – 12,000 บาท
บริการขอ PAN Card (อินเดีย)
ราคาขึ้นอยู่กับเอกสารประกอบและระยะเวลา
ราคาข้างต้นเป็นค่าบริการโดยประมาณ ราคาจริงขึ้นอยู่กับชนิดเอกสาร จำนวน ภาษา และประเทศปลายทาง สำหรับบริการอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ กรุณาสอบถามเจ้าหน้าที่ทาง LINE @NAATI
คำถามที่พบบ่อย
แหล่งอ้างอิง
ข้อกำหนดอาจเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงก่อนดำเนินการทุกครั้ง
บริการที่เกี่ยวข้อง
Apostille (อนุสัญญากรุงเฮก)
บริการออก Apostille สำหรับเอกสารที่จะใช้ในประเทศสมาชิกอนุสัญญากรุงเฮก ครบจบในขั้นตอนเดียว
ดูรายละเอียดรับรองกงสุล กรมการกงสุล (สำหรับคนไทย)
แปลและรับรองนิติกรณ์เอกสารต่อกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ทั้งแบบปกติและด่วน สำหรับคนไทยที่ต้องนำเอกสารไปใช้/ยื่นวีซ่าต่างประเทศ
ดูรายละเอียดแปลสำหรับยื่นวีซ่าทุกประเทศ
แปลเอกสารเพื่อยื่นวีซ่าทุกประเทศทั่วโลกและทุกชนิดวีซ่า ตามรูปแบบที่สถานทูตกำหนด
ดูรายละเอียดแปลทุกภาษาทั่วโลก
แปลเอกสารครบทุกภาษาที่คนไทยค้นหาบ่อย โดยนักแปลเจ้าของภาษาและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
ดูรายละเอียดพร้อมเริ่มต้นแล้วหรือยัง?
ทักไลน์พร้อมส่งเอกสารเพื่อรับใบเสนอราคาฟรี หรือโทรหาทีมงานได้เลย

